วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เพลง: Studebaker (by Warren Zezon)

สำหรับอาทิตย์นี้ก็ยังคงนำเสนอเพลงเพราะมาให้ทุกท่านได้ฟังกันนะครับ

เพลง Studebaker นี้เป็นการรำพึงรำพันของนักร้อง เกี่ยวกับรถยนต์คู่ใจที่ "สวยแต่รูป จูบไม่หอม"  :)   สามวันดี สี่วันเจ๊ง จะขับไปไหนที เดี๋ยวไอ้นั่นก็เสีย ไอ้นี่ก็พัง

ซึ่งถ้าอ่านแต่เนื้อเพลงอย่างเดียว ทุกท่านก็คงจะขอผ่าน เพราะไม่น่าสนใจซะเลย แต่ทีเด็ดของเพลงนี้คือดนตรีครับ เมโลดี้สวยงามมาก ฟังแล้วไม่น่าเชื่อว่าเนื้อร้องจะสวนทางกับดนตรีขนาดนี้  พอฟังไปฟังไปบ่อยๆ เข้า ก็เลยทำให้เข้าใจผู้แต่งเพลงนี้แล้วว่า ความรู้สึก "ทั้งรัก ทั้งเจ็บ" เป็นยังไง

ลองไปฟังกันดูนะครับ :)




                    Studebaker
Originally recorded by Warrens son Jordan for the "Enjoy Every Sandwich" tribute album, 
this is a song that Warren wrote and never released.

G D Em C G D Em C

    G                               D
I left my home in Monterey, just another low prospects man
     Am                                 Em
I'd rather work in a foundry than put fishes in a can
     C                 G                D
I'm thirty-five and I haven't traveled far
          Am                                     Em   C
And I've spent all my money on this misbegotten car

    Bm                         C
I'm up against it all like a leaf against the wind
           C        Em                 C
And this Studebaker keeps on breaking down again
    Am   G    D         C        G
My Studebaker keeps on breaking down again
   G7                                C
I thought I'd go to Fresno just to see my friend
        D    G    C     G        D             G
But my damn Studebaker keeps on breaking down again

D Em C G D Em C

        G                                     D
I was speeding south on ninety-nine when the manifold started smokin'
   Am                            Em            C
I ran her off the shoulder, and now the axle's broken
                      G                     D
It made a sound that cracked my heart in half
          Am                             Em   C
And with only half a half pint of vodka left

I'm up against it all like a leaf against the wind
And this Studebaker keeps on breaking down again
My Studebaker keeps on breaking down away
I thought I'd go to Fresno just to see my friend
But my damn Studebaker keeps on breaking down again

G D Em C G D Em C

     G         Em                 C
My Studebaker keeps on breaking down again
    Am   G     D        C        G
My Studebaker keeps on breaking down again
    G7                                 C
I thought I'd go to Fresno just to see my friend
        D     G   C      G       D              G
But my damn Studebaker keeps on breaking down again

G D Em C G D Em C

Thanks to the lyrics source: http://tabs.ultimate-guitar.com/w/warren_zevon/studebaker_crd.htm

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เพลง: Don't Let Us Get Sick

เพลงความหมายดีๆ มีมาให้ฟังอีกแล้วครับ คราวนี้เป็นเพลงของ Warren Zevon ชื่อเพลงว่า
Don't Let Us Get Sick.

สำหรับเพลงนี้ ผมขอตั้งชื่อเพลงเป็นภาษาไทยเองว่า  คำอธิษฐานของหนูน้อย
เนื้อเพลงอยู่ด้านล่างนะครับ สังเกตุเนื้อเพลงท่อนที่สอง ที่เขียนว่า "I thought of my friends
And the troubles they've had. To keep me from thinking of mine." ซึ่งพอจะแปลหลวมๆได้ว่า "ความทุกข์ที่เพื่อนของหนูได้รับ มันทำให้หนูลืมความทุกข์ของหนูไปเลย" ความหมายของมันก็ค่อนข้างตรงตัวและใช้เตือนใจเราได้ดี ว่าถ้าเราคิดว่าเราทุกข์สุดๆแล้ว ให้ลองมองผู้คนรอบๆตัวบ้าง แล้วเราอาจจะเห็นว่ามีคนที่ทุกข์หนักกว่าเราอีกมากมาย
สุขและทุกข์อยู่ที่ใจครับ ขอให้มีความสุขกันทุกคนนะครับ


"Don't Let Us Get Sick" by Warren Zevon, Sang by Jill Sobule

Don't let us get sick
Don't let us get old
Don't let us get stupid, all right?
Just make us be brave
And make us play nice
And let us be together tonight

The sky was on fire
When I walked to the mill
To take up the slack in the line
I thought of my friends
And the troubles they've had
To keep me from thinking of mine

Don't let us get sick
Don't let us get old
Don't let us get stupid, all right?
Just make us be brave
And make us play nice
And let us be together tonight

The moon has a face
And it smiles on the lake
And causes the ripples in Time
I'm lucky to be here
With someone I like
Who maketh my spirit to shine

Don't let us get sick
Don't let us get old
Don't let us get stupid, all right?
Just make us be brave
And make us play nice
And let us be together tonight.

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ภาษาอังกฤษวันละนิด: ศัพท์ทางการทหาร ตอนที่ 2

สวัสดีครับ  ครั้งนี้เรามาต่อภาค 2 เกี่ยวกับศัพท์ทางการทหารกันนะครับ

Rendezvous: คำนี้มาจากคำฝรั่งเศส ครับ จึงอ่านออกเสียงเป็น ร้อน-เด่-หวู่  แปลว่า จุดนัดพบ

Klick เป็นคำแสลงทางการทหารของคำว่า Kilometer ครับ ซึ่งก็คือ กิโลเมตร นั่นเอง คำนี้มีการใช้กันมากในช่วงสงครามเวียตนาม ครับ

Affirmative: คำนี้เป็นการขานรับคำสั่ง หรือคำขอร้อง ว่าจะปฏิบัติตามที่ร้องขอ  เป็นคำที่นำมาใช้ในทางการทหารแทนคำว่า ok หรือ yes นั่นเองครับ

Recon: คำนี้เป็นคำย่อมาจากคำว่า reconnaissance หมายถึง การลาดตระเวณ การสอดแนม (เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับข้าศึก และ/หรือ สมรภูมิรบ)

Roger: รับทราบ เรามักจะได้ยินเค้าพูดคำนี้ในเวลาที่ติดต่อกันทางวิทยุสื่อสารครับ คำนี้ใช้เพื่อเป็นการยีนยันว่าได้รับและเข้าใจข้อความที่ผู้พูดอีกฝั่งส่งมา ครบถ้วน

SAM: คำนี้อ่านเป็น "แซม" ได้เลยครับ SAM เป็นคำย่อมาจากคำว่า Surface-to-Air Missile แปลว่า จรวดนำวิถีจากภาคพี้นสู่อากาศ ครับ (แต่คำนี้ไม่ได้มาจากหนังเรื่อง I am Sam นะครับ  "แซม" ในหนังเป็นชื่อของตัวเอกของเรื่องครับ) สำหรับเรื่องจรวดนำวิถีนั้นก็ไม่ได้มีแต่จากภาคพื้นสู่อากาศนะครับ จรวดจากอากาศสู่ภาคพื้นก็มี ซึ่งเค้าเรียกว่า Air-to-Surface Missile  คำย่อก็คือ ASM (อ่านตรงตัวว่า เอเอสเอ็ม) นั่นเอง หรือจะใช้อีกคำหนึ่งก็ได้ คือ Air-to-Ground Missile (AGM อ่านว่า เอจีเอ็ม) ครับ

coup de grace เป็นคำฝรั่งเศสอีกคำหนึ่งครับ อ่านว่า คู-เดอ-กราซ  แปลเป็นภาษาอังกฤษตรงตัวว่า "blow of mercy" การฆ่าเพื่อจบชีวิตคนที่กำลังทรมานจากอาการบาดเจ็บ  (ทำนองว่า ยิงนัดเดียวให้ตายสนิท จะได้ไม่ทรมาน)

coup d'état คำนี้ก็เป็นภาษาฝรั่งเศสอีกเช่นกันครับ อ่านว่า คู-เด-ท่า  คำนี้จะฮิตในประเทศไทยของเราเป็นช่วงๆ ครับ และเรามักจะเห็นในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ  คำนี้แปลว่า การรัฐประหาร ครับ ซึ่งหมายถึงการล้มล้างรัฐบาลที่บริหารปกครองรัฐในขณะนั้น ครับ

และคำสุดท้ายสำหรับหัวข้อในวันนี้ก็คือ stand fast  คำนี้เป็นคำสั่งครับ เป็นการสั่งให้หยุดการกระทำที่กำลังทำอยู่นั้นทันที เรามักจะได้ยินผู้บังคับบัญชาใช้คำนี้กับผู้ใต้บังคับบัญชาครับ

สวัสดีครับ

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ภาษาอังกฤษวันละนิด: ศัพท์ทางการทหาร ตอนที่ 1

ครับ ช่วงนี้ผมได้ดูหนังแนวสงครามของฝรั่งหลายเรื่อง และรู้สึกว่ามีศัพท์ทางการทหารที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย  ผมก็เลยขอนำเสนอคำศัพท์ที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

เรามาเริ่มกันด้วยคำว่า mission กันนะครับ  คำนี้โดยทั่วไปจะแปลว่า งานหรือหน้าที่ที่มอบหมายให้บุคคลหรือกลุ่มคนไปกระทำ หรือถ้าจะแปลให้กระชับก็ใช้คำว่า ภารกิจ ครับ

วลีที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆ ในหนังแนวสงคราม ที่มีคำนี้ปนอยู่ด้วยก็คือ Mission Accomplished ซึ่งแปลว่า ปฏิบัติภารกิจลุล่วงแล้ว  และอีกวลีหนึ่งที่ได้ยินบ่อยๆ ด้วยก็คือ Mission Aborted ที่แปลว่า ยกเลิกภารกิจ

คำต่อไปคือ ETA  คำนี้เป็นตัวย่อมาจากคำว่า Estimated Time of Arrival  เวลาเราพูด ก็จะพูดว่า อีทีเอ (ไม่อ่านว่า เอต้า นะครับ) คำนี้แปลว่า เวลาที่คาดการณ์ไว้ว่าจะถึงที่หมาย  ยกตัวอย่างเช่น เวลาทหารโดยสารเฮลิคอปเตอร์ไปปฏิบัติภารกิจ  คนขับฮอ (ฮอ คือชื่อย่อของ เฮลิคอปเตอร์) จะประกาศว่า "ETA 15:00 Zulu Time."  อันนี้จะแปลว่า "(ฮอลำนี้จะถึงที่หมายตอน) เวลาประมาณ บ่ายสามโมง"

ในประโยคข้างต้นนี้ก็มีคำที่น่าสนใจอีกสองคำครับ คือการอ่านเวลา 15:00 และคำว่า Zulu Time.  การอ่าน หรือการประกาศเวลาในทางการทหารนั้น เค้ามักจะอ้างอิง เขตเวลาสากล GMT +0 (GMT ย่อมาจากคำว่า Greenwich Mean Time อ่านว่า กรีนิช มีน ไทม์) ซึ่งนั่นก็คือ Zulu Time ครับ  โดยที่คำ Zulu นั้นก็ไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไรมากไปกว่าว่ามันเป็นการสะกดตัวอักษรภาษาอังกฤษแทนตัว "Z" นั่นเอง (สำหรับวิธีการสะกดชื่ออักษรภาษาอังกฤษ ผมได้เขียนไว้ในบทความก่อนหน้านี้ครับ คลิ้กที่นี่ )

สำหรับการอ่านเวลา ทางการทหารจะอ่านเวลาในแบบที่เรียกว่า 24-hour clock  (นาฬิกา 24 ชั่วโมง) ซึ่งในตัวอย่าง 15:00 จะอ่านเป็น fifteen-zero-zero หรือจะอ่านว่า fifteen-hundred ก็ได้ครับ หรือถ้าเป็น 06:00 อันนี้จะอ่านว่า zero-six-zero-zero หรือ zero-six-hundred ก็ไม่ผิดแต่ประการใดครับ แต่คุณผู้อ่านต้องไม่ลืมว่า เวลาที่เราจะเขียนหรืออ่านเวลาที่มีเลขเดี่ยว (ตั้งแต่ 0-9) เราจะต้องเขียน และอ่านเลข 0 นำหน้าเสมอ ครับ เพื่อเป็นการป้องกันการสื่อสารคลาดเคลื่อน

วันนี้ขอแค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวเรามาต่อภาค 2 กันเร็วๆ นี้ครับ  น่าสนใจไม่แพ้กันแน่ๆ  ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ :)

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ภาษาอังกฤษวันละนิด: การสะกดชื่อตัวอักษรภาษาอังกฤษ

สวัสดีครับ
เมื่อหลายวันก่อน ได้มีโอกาสโทรศัพท์ติดต่อกับชาวอเมริกัน แล้วเค้าถามอีเมล์ของผม ผมก็บอกชื่ออีเมล์ของผมไปโดยการสะกดตัวอักษรภาษาอังกฤษออกไปทีละตัว  แต่เมื่อผู้ฟังทวนชื่ออีเมล์ให้ผมฟัง ปรากฏว่าชื่ออีเมล์ผิดครับ

ทีนี้ผมก็เลยนึกขึ้นได้ถึงวิธีการที่เค้านิยมใช้กันเป็นสากล เวลาที่เค้าบอกชื่อกันทางโทรศัพท์ หรือทางวิทยุสื่อสาร ซึ่งในอดีตเค้าใช้วิธีการสะกดคำแบบนี้ในทางการบินและการทหารครับ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความผิดพลาดในการสื่อสารกัน  

เรามาดูวิธีการกันครับ

อันดับแรก เราต้องทราบก่อนว่า ตัวอักษรภาษาอังกฤษแต่ละตัว (และตัวเลข) จะมีคำที่ใช้ในการบอกแทนว่าอะไรบ้าง ซึ่งจะเป็นตามตารางที่แสดงอยู่ด้านล่างนี้ครับ  ผมแนะนำให้คุณท่องตามตารางนี้ไปใช้ได้เลยครับ

สำหรับคำอ่านที่อยู่ในตาราง ผมพยายามสะกดให้อ่านเป็นสำเนียงที่ใกล้เคียงกับการออกเสียงของคนอเมริกันเลยนะครับ  ตัวสะกดอาจดูแปลกๆ หน่อย แต่ถือว่านำไปใช้ได้ครับ


อันดับต่อมา ก็คือการพูดบอกชื่ออะไรก็ตาม ด้วยการบอกคำอ่านของตัวอักษรเหล่านั้นครับ ยกตัวอย่างเช่น ผมต้องการบอกชื่อของตัวเองออกไปว่า Opas ผมก็จะบอกว่า "My name is OPAS. Let me spell that out for you.  Oscar-Papa-Alpha-Sierra".  วิธีนี้จะช่วยลดความผิดพลาดในการสื่อสารได้มากเลยครับ  โดยเฉพาะหากเราต้องการบอกชื่อยาวๆ เช่น ชื่ออีเมล์  ผมขอยกตัวอย่างโดยใช้อีเมล์ของผมเลยก็แล้วกันนะครับ "My email address is opas.thongsujaritkull@gmail.com.  Let me spell that out for you.  Oscar-Papa-Alpha-Sierra-dot-Tango-Hotel-Oscar-November-Golf-Sierra-Uniform-Juliet-Alpha-Romeo-India-Tango-Kilo-Uniform-Lima-Lima-At Sign-Golf-Mike-Alpha-India-Lima-dot-Charlie-Oscar-Mike."

สำหรับกรณีที่เราบอกอีเมล์ เครื่องหมาย จุด (.) ในอีเมล์เรามักจะเรียกว่า Dot (ดอท) นะครับ และเครื่องหมาย @ นี้ เราจะเรียกว่า At Sign (แอ้ท ไซน์) ครับ  เครื่องหมายทั้งสองอันที่ใช้ในอีเมล์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการกำหนดมาตรฐานตารางรหัสนานหลายปีมาก นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่มีวิธีอ่านเครื่องหมายทั้งสองอันนี้ในตารางด้านบนครับ

และอีกจุดนึงที่อยากจะบอกก็คือว่า สำหรับ ชื่อเมล์เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ด้านหลัง @ นั้น ถ้าเป็นชื่อที่เราคุ้นเคยกันทั่วไป อย่างเช่น @hotmail.com, @gmail,com, หรือ @yahoo.com เหล่านี้ เราสามารถจะพูดออกไปตามชื่อนั้นได้เลยครับ  เช่น  "My email address is opas.thongsujaritkull@gmail.com.  Let me spell that out for you.  Oscar-Papa-Alpha-Sierra-dot-Tango-Hotel-Oscar-November-Golf-Sierra-Uniform-Juliet-Alpha-Romeo-India-Tango-Kilo-Uniform-Lima-Lima-At Sign-gmail-dot-com ฝรั่งเข้าใจแน่นอนครับ :)

วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ภาษาอังกฤษวันละนิด: เกมส์ และการละเล่นสำหรับเด็ก

สวัสดีครับ เพื่อนๆ พี่น้องทุกคน
วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของปี พ.ศ. 2554 แล้ว ผมก็ขอส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กันด้วย ศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับ เกมส์ และการละเล่น สำหรับเด็ก นะครับ  
หมายเหตุ: การละเล่นบางอย่างก็เล่นได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ครับ


เรามาเริ่มกันด้วย 
- จ๊ะเอ๋ (เบบี้)  เกมส์ที่เราเอามือปิดหน้า แล้วพอเปิดมือออกให้เห็นหน้า แล้วก็พูดว่า "จ๊ะเอ๋" นั่นเอง  ภาษาอังกฤษเค้าใช้คำว่า Peekaboo.


- โป้งแปะ  หากใครนึกไม่ออก ผมบอกให้อีกชื่อก็ได้ เกมส์นี้เราเรียกอีกชื่อนึงว่า เกมส์เล่นซ่อนหา ไงครับ  ภาษาอังกฤษเค้าใช้คำว่า Hide-and-seek.

- เป่ายิงฉุบ  ที่เราเหวี่ยงแขนแล้วทำมือเหมือนเป็น ค้อน กรรไกร หรือกระดาษ นั่นแหละครับ ฝรั่งเค้าใช้คำว่า Rock-paper-scissors.

- ปั่นแปะ  อันนี้คือเกมส์ปั่นเหรียญ ทายหัวก้อย นั่นแหละครับ  ภาษาอังกฤษเค้าใช้คำว่า Coin flipping.  ส่วนการทายว่า "ออกหัว" หรือ "ออกก้อย" นั้น เค้าจะเรียกว่า Head (หัว) หรือ Tail (ก้อย)  ส่วนเวลาเค้าถามให้เราเลือก เค้าก็จะพูดว่า Head or Tail?

- เกมส์จับไม้สั้น ไม้ยาว อันนี้ผมไม่ค่อยอยากจะเรียกว่าเกมส์ หรือการละเล่น ซักเท่าไหร่ครับ เพราะมันเป็นการเสี่ยงดวงของคนที่จับไม้มากกว่า  ซึงฝรั่งเค้าใช้คำว่า Drawing straws.

- โยนลูกเต๋า อันนี้ก็เป็นการโยนลูกเต๋า ขานแต้ม ครับ ภาษาอังกฤษเค้าใช้คำว่า Throwing dices.

- โอ น้อย ออก วิธีเล่นตามแบบของไทย ก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า จะล้อมวง แล้วออกมือเป็นคว่ำมือ หรือ หงายมือ  แต่สำหรับของฝรั่งนั้น เค้าจะไม่ใช้วิธีการคว่ำ หรือ หงายมือ  แต่เค้าจะใช้การออกมือเป็น นิ้วเดียว หรือ สองนิ้วครับ  ยกตัวอย่างเช่น หากมีผู้เล่น 10 คน แล้วมีคนออกมือ แบบนิ้วเดียวอยู่ 7 คน และมีคนออกมือ แบบสองนิ้วอยู่ 3 คน ก็แสดงว่าคนที่ออกมือแบบสองนิ้วต้องออกครับ เพราะมีจำนวนคนที่ออกมือแบบสองนิ้วน้อยกว่าจำนวนคนที่ออกมือแบบนิ้วเดียว  การละเล่นนี้ ฝรั่งเค้าเรียกว่า Ones-and-twos.

- งัดข้อ  เกมส์นี้ดังถึงขนาดนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ได้เลย ภาษาอังกฤษเค้าใช้คำว่า Arm wrestling.

- เล่นพันด้าย แบบที่เค้าใช้ด้ายร้อยใส่มือทั้งสองข้าง แล้วใช้นิ้วเกี่ยวด้ายไปมา ให้เป็นรูปลักษณะต่างๆ  เกมส์นี้เรียกว่า Cat's cradle. หรือจะเรียกว่า String figures.  ก็ได้ครับ

- โพงพาง หรือจะเรียกอีกชื่อว่า เกมส์ปิดตา คลำทาย ก็ได้ครับ  ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า Blind man's bluff.  หรือจะเขียนแบบนี้ Blind man's buff. (ไม่มี ตัวแอล ที่คำว่า buff) ก็ไม่ผิดครับ

- กระโดดเชือก อันนี้จะออกแนวออกกำลังกายเพื่อสุขภาพครับ แบบที่นักมวยเค้าใช้วอร์มอัพกันนั่นแหละครับ  แบบนี้ฝรั่งเค้าใช้คำว่า Jump rope.

- กระโดดยาง  สำหรับอันนี้เป็นการเล่นที่มีผู้เล่นสองคนจับปลายยางคนละข้าง และถือไว้ที่ระดับความสูงต่างๆ เช่น ที่ระดับข้อเท้า ระดับเข่า ระดับเอว ระดับอก ระดับคอ หรือระดับหัว แล้วให้ผู้เล่นคนอื่นๆ กระโดดข้ามยางให้ได้ (หมายเหตุ: ยางกระโดดนี้ ทำมาจากการนำยางวงมาร้อยเข้าด้วยกันให้เป็นเหมือนเส้นเชือก แต่มีความยืดหยุ่นสูง)  การละเล่นนี้เรียกว่า Jumpsies.

- ตั้งเต เห็นคำนี้แล้วคุณผู้อ่านอาจจะนึกไม่ออกว่าการละเล่นนี้คืออะไร แต่ถ้าบอกอีกชื่อนึงของการละเล่นนี้ หลายท่านต้องร้องอ๋อกันเลยครับ  เรียกว่า ตากระโดด ครับ  ที่เค้าเล่นโดยการกระโดดขาเดียวไปภายในช่องสี่เหลี่ยมที่ขีดขึ้นบนพื้น ขนาด 5 แถว คูณ 2 คอลัมน์ (รวม 10 ช่อง) ทีละช่องอันนี้ ภาษาอังกฤษ เค้าเรียกว่า Hopscotch.

- ลิงชิงหลัก การละเล่นนี้ คุณผู้อ่านคงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี  ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า Puss in the corner.

- มอญซ่อนผ้า การละเล่นอันนี้ก็เช่นกัน พวกเราน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว  แต่วิธีการเล่นของฝรั่งเค้าจะไม่ใช้ผ้าหรือสิ่งของอะไรวางไว้ด้านหลังครับ ผู้ที่เป็นคนเริ่มเกมส์เค้าจะใช้วิธีการแตะศรีษะและเรียกว่าเป็น เป็ด (Duck) หรือ ห่าน (Goose) แทน  หากใครถูกเรียกว่าเป็น ห่าน (Goose) ก็ต้องลุกขึ้นมาวิ่งไล่แตะ (สระแอะ นะครับ ไม่ใช่ สระเอะ) ผู้ที่เรียกให้ได้  ไม่อย่างนั้น ก็ต้องเป็นแทน  ภาษาอังกฤษของการละเล่นนี้คือ Duck, Duck, Goose.

- เก้าอี้ดนตรี  การละเล่นนี้มีชื่อภาษาอังกฤษที่แปลได้ค่อนข้างตรงตัว คือ Musical chairs.

- มวยปล้ำนิ้วโป้ง เกมส์นี้น่าสนุก แต่จะปวดนิ้วโป้งมากหลังจากที่เล่นเสร็จ  ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า Thumb war หรือ Thumb wrestling.

- ทอยเส้น การละเล่นนี้ ฝรั่งเค้าก็มีเหมือนกันครับ เพียงแต่ว่าเค้าไม่ได้ทอยเหรียญไปที่เส้น  แต่ฝรั่งจะใช้วิธีทอยเหรียญไปที่ผนังแทน ใครทอยไปอยู่ใกล้ผนังที่สุด (ต้องให้เหรียญโดนผนังก่อน) ก็เป็นผู้ชนะครับ ภาษาอังกฤษเรียกการละเล่น (พนัน) นี้ว่า Pitching pennies.


- ชักกะเย่อ  ผมไม่แน่ใจว่า การละเล่นนี้ถือเป็นกีฬายอดนิยมอย่างนึงของฝรั่งเค้ารึเปล่า เพราะเค้ามีชื่อเรียกหลายชื่อมากมายเลยครับ เช่น Tug of war, Tug o' war, Tug war,  Rope war หรือ Rope pulling.

มาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็ขอขอบคุณมากที่ติดตามอ่านจนจบ

สวัสดีปีใหม่ 2555 ครับ  ปีใหม่นี้ก็ขอให้ทุกคนได้หัวเราะ 555 เหมือนเลขปี พ.ศ. นี้เลยนะครับ

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ภาษาอังกฤษวันละคำ: เกี่ยวกับเครื่องเล่นของเด็ก

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเล่าเกี่ยวกับคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกเครื่องเล่นของเด็กกัน เพราะคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับพวกพ่อแม่ผู้ปกครองบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

เครื่องเล่นของเด็ก ในที่นี้ ผมหมายถึง อุปกรณ์ที่มีไว้ให้เด็กๆ เล่นกันในสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น หรือในโรงเรียนครับ  ในภาษาอังกฤษ เค้าจะเรียกสถานที่ที่มีเครื่องเล่นเหล่านี้ว่า Playground ซึ่งเครื่องเล่นเหล่านี้ นอกจากจะให้ความสนุกสนานกับเด็กๆ แล้ว ก็ยังทำให้เด็กๆ ได้ออกกำลังกาย สร้างความแข็งแรง และเพิ่มจินตนาการจากการเล่นด้วย

เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้างครับ และถ้าจะให้ผมอธิบายลักษณะเครื่องเล่นแต่ละอย่างเป็นคำพูด ก็อาจจะทำให้ผู้อ่านปวดหัวกันไปใหญ่ ดังนั้นผมจะลงรูปประกอบเลยก็แล้วกันนะครับ :)


picture source:http://en.wikipedia.org/wiki/File:Seesaw-aa.jpg

slide = กระดานลื่น
 
  picture source:http://en.wikipedia.org/wiki/File:Slide_in_Parque.jpg

monkey bars = ราวโหน

 picture source:http://en.wikipedia.org/wiki/File:ManonMonkeyBars.jpg

sandbox = บ่อทราย
 
 picture source:http://en.wikipedia.org/wiki/File:Sandpit.jpg

merry-go-round = ม้าหมุน

 
 picture source:http://en.wikipedia.org/wiki/File:W.F._Mangels_Kiddie_Galloping_Horse_Carrousel.jpg

swing = ชิงช้า


picture source:http://en.wikipedia.org/wiki/File:Little_girl_on_swing.jpg

Ferris wheel = ชิงช้าสวรรค์

 
 picture source:http://en.wikipedia.org/wiki/File:Wiener_Riesenrad_DSC02378.JPG

jungle gym คำนี้ยังไม่มีคำเรียกเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการครับ ดังนั้นผมขอเรียกทับศัพท์ว่า จังเกิ้ลยิม นะครับ

 picture source:http://en.wikipedia.org/wiki/File:Jungle-gym.jpg

 spring rider คำนี้ก็ยังไม่มีคำเรียกเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการครับ ดังนั้นผมขอเรียกว่า ม้าสปริง ก็แล้วกันนะครับ :)

picture source:http://en.wikipedia.org/wiki/File:Hemelrijken10a.jpg




ท้ายนี้ขอขอบคุณเจ้าของภาพประกอบทั้งหมดของเวบนะครับ  Thank you to owners of these pictures on this page.